พื้นฐาน Joomla

FileZilla โปรแกรม FTP Client
วิธีที่คุณจะเข้าถึงพื้นที่การใช้งานของคุณโดยตรงได้นั้น  คุณจะต้องมีโปรแกรมเพื่อเชื่อมต่อไป...

เทคนิค Joomla

การสร้าง Virtual Host ใน Apache
จากบทความที่ได้ติดตั้งและใช้งานโปรแกรม AppServ ไป ซึ่งภายในโปรแกรมนั้นก็มีโปรแกรมจำลอง Web Serv...

แนะนำ Extension

ติดชมบทความด้วย JComments
คอมโพเน้นท์สำหรับให้ผู้อ่านบทความ สามารถติชม เสนอแนะความคิดเห็นภายใต้บทความนั้นได้ เบื้องต้น...
( 5 Votes )
articleหัวใจหลักของการทำเว็บไซต์ ก็คือการมีบทความใช่ไหมล่ะครับ การสร้างบทความก็คือการที่เราเพิ่มข้อมูลโดยการพิมพ์ ๆ ๆ ๆ ลงไปนี่แหล่ะครับ โดยผ่านเครื่องมือที่อำนวยความสะดวก และยังสามารถควบคุมการแสดงผลของสิ่งต่าง ๆ ได้บ้าง ซึ่งในจูมล่าเอง ก็มีสิ่งเหล่านี้รองรับอยู่แล้วครับ

จากบทความที่แล้ว ได้ทราบว่า การสร้าง Section Category มีไว้เพื่ออะไร ต่อจากนี้ก็คือการเขียนบทความจริง ซึ่งก็อาจจะเป็นความรู้ เรื่องราวที่เราอยากจะถ่ายทอดออกไป โดยบทความที่เขียน ก็จะต้องถูกจัดให้อยู่ภายในหมวดหมู่ (Section) และประเภท (Category) ที่เราได้สร้างขึ้น , Joomla เองได้เตรียมเครื่องมือไว้ให้พร้อม และการปรับแต่งบทความของเรา ก็เลือกใช้งานได้โดยเพียงแค่ คลิก

เริ่มกันที่เมนู Content > Article Manager ครับ จะพบกับบทความมากมาย ซึ่งในมุมมองก็เหมือนกับในรูปแบบ Section และ Category เลยครับ

article

โดยตาราง Article Manager ก็จะมีคอลัมน์เพิ่มขึ้นมาอีก แต่ผมจะให้ดู 3 คอลัมน์ คือ คอลัมน์ชื่อ Section และ Category ครับ ซึ่งก็แปลความได้ว่า บทความบรรทัดนี้ ถูกจัดอยู่ในหมวด และ ประเภทใด นั่นเองครับ แล้วก็คอลัมน์ Author ก็คือ ใครเป็นผู้เขียนบทความนี้

แวะไปด้านบนนิดนึงครับ จะมี Dropdown List ให้เราสามารถเลือกดูเฉพาะ Section หรือ Category ได้ ในกรณีที่มีบทความมากขึ้น และเมนูเครื่องมือด้านบน

article

Unarchive และ Archive : เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ บทความเก่า ๆ ครับ ซึ่งปกติเมื่อเราเขียนบทความเสร็จแล้ว ผู้ใช้งานจะสามารถค้นหา และอ่านได้ตามปกติ หรืออยากจะนำไปแสดงหน้าแรกของเว็บไซต์ ก็สามารถทำได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป บทความเหล่านั้น อยากจะนำไปไว้ในส่วนที่ไม่ให้ผู้ใช้อ่านได้ทั่วไป แต่ก็ยังไม่อยากจะปิดกั้นบทความ และก็ยังสามารถหาอ่านได้อยู่ บทความประเภทนี้จะถูกจัดอยู่ในรูปแบบของ Archive Article ซึ่งจะไม่ถูกเผยแพร่ที่หน้าเว็บไซต์ หรือ Section , Category ใด ๆ แต่จะถูกจัดออกไปอีกลุ่ม ซึ่งสามารถสืบค้นย้อนหลังเพื่ออ่านได้

Publish และ Unpublish : เผยแพร่ หรือ ไม่แผยแพร่บทความ

Move : ทำการย้ายบทความ ไปยัง Section หรือ Category อื่น

Copy : คัดลอกบทความ ในกรณีที่เรามีการออกแบบบทความให้สวยงามไว้แล้ว และต้องการรูปแบบของบทความนี้จำนวนมาก ดังนั้นก็ไม่ต้องเสียเวลามาพิมพ์เริ่มต้นกันใหม่ ใช้การ Copy ออกมาก็ได้ครับ แล้วทำการแก้ไขข้อความเฉพาะที่ต้องการ ซึ่งบทความก็จะมีเลข ID เพิ่มขึ้นทีละ 1 เหมือนกับ Section และ Category ครับ

Transh : ลบบทความ ซึ่งบทความจริง ๆ แล้ว จะยังไม่ถูกลบ เปรียบเทียบกับ Windows ที่เราใช้ครับ เมื่อลบข้อมูลไป มันก็จะไปตกอยู่ในถังขยะ , Joomla ก็เช่นกันครับ เมื่อลบบทความ มันก็จะตกไปอยู่ในถังขยะของ Joomla เอง ซึ่งเราสามารถไปกำหนดภายหลังได้ว่า ต้องการให้ลบอย่างถาวร คือ เรียกกลับมาไม่ได้อีกเลย หรือ ต้องการนำบทความนั้น กลับมาใหม่อีกครั้ง

Edit : แก้ไขบทความ สามารถคลิกที่ลิ้งค์บทความแทนก็ได้ครับ สะดวกกว่า

New : เพิ่มบทความใหม่

Parameter : ออพชั่นปรับแต่งการแสดงผลของบทความ ซึ่งมีผลควบคุมถึงบทความทั้งหมด ลองกดขึ้นมาดูครับ ผมจะยกตัวอย่างออพชั่นบางตัว

article

จะเกิด Pop Up แบบ Lightbox ขึ้น แล้วก็จะพบกับพารามิเตอร์มากมาย ไม่ต้องไปสับสนกับมันครับ ให้ลองอ่านทีละตัว และลองพิจารณาไปพร้อมกับองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ถูกแสดงผลไปพร้อมกับบทความ ผมจะลองไกด์ให้คร่าว ๆ นะครับ เพราะพารามิเตอร์บางตัว ก็สื่อความหมายบ่งบอกให้เข้าใจได้อย่างไม่ยากเลย เช่น


Show Article Title : ให้แสดงไตเติ้ลของบทความนี้ หากเราเขียนบทความขึ้นมาแล้ว ก็ต้องมีการกำหนด Title ครับ หมายถึงจะให้บทความชื่อว่าอะไร ซึ่งหากเราเลือกพารามิเตอร์นี้เป็น No มันก็จะไม่แสดงไตเติ้ลครับ แต่บทความก็ยังถูกแสดงอยู่ตามปกติ

Title Linkable : ถ้าหากให้แสดงไตเติ้ลแล้ว จะให้ไตเติ้ลเป็นลิ้งค์ด้วยหรือไม่ เผื่อรองรับให้ผู้ใช้งานที่กำลังอ่านบทความ สามารถคลิกที่ไตเติ้ลเพื่ออ่านบทความได้

Author Name : แสดงชื่อผู้เขียนบทความกำกับไว้ด้วยหรือไม่

Create , Modifed Date and Time : แสดงวัน เวลา การเขียนบทความ หรือ การแก้ไขบทความล่าสุดไว้ด้วยหรือไม่

จะเห็นว่า พารามิเตอร์แต่ละตัว ก็บ่งบอกถึงคุณสมบัติของมันเลยครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ ไม่ยาก ผมแนะนำว่า หากไม่ทราบว่าพารามิเตอร์นี้ เมื่อเปลี่ยนแล้วจะเป็นอย่างไร ผมก็จะบอกให้ลองปรับไปเลยครับ แล้วไปดูผลที่หน้าเว็บ ก็จะร้องอ๋อเองครับ ลองปิด ๆ เปิด ๆ แล้วเปรียบเทียบความแตกต่างดูครับ ก็จะเข้าใจได้ไม่ยาก

ลองกดปุ่ม New เพื่อเริ่มเขียนบทความดูนะครับ

article

เมื่อกดเข้ามาแล้ว ผมจะให้ดูส่วนแรกก่อน ซึ่งก็จะพบกับช่อง (ฟิลด์) ให้ใส่ข้อมูลต่าง ๆ


Title : ชื่อบทความ

Alias : ชื่อเรียกแทน ชื่อบทความ หรือชื่อแฝงที่ใช้แสดงผลแทนไตเติ้ล ที่จะปรากฏอยู่ใน URL

Publish : เผยแพร่บทความนี้หรือไม่

Front Page : สั่งให้บทความนี้ แสดงในหน้าแรก ซึ่งปกติการเขียนบทความนั้น เราจะยังไม่สามารถเห็นบทความได้ จนกว่าจะมีการสร้างเมนูลิ้งค์เพื่อให้เข้าถึง และอ่านได้ แต่ถ้าหากเราใช้ Front Page ก็จะทำให้บทความปรากฏในหน้าแรกของเว็บได้ทันทีโดยผู้เขียนบทความไม่ต้องสร้างลิ้งค์เข้าถึงก็ได้ แต่บทความนั้น ก็จะยังถูกจัดอยู่ใน Section และ Category ที่กำหนด

Section , Category : ตามที่ได้กล่าวไปแล้วครับ ว่า บทความ ก็จะต้องถูกจัดวางอยู่ในหมวดหมู่และประเภทตามที่เราสร้างขึ้น

ต่อมาครับ ส่วนที่เราเห็นอยู่ด้านล่าง ก็คือพื้นที่สำหรับเขียนบทความ ซึ่งจะเห็นว่ามีเครื่องมือให้เลือกใช้คล้ายกับ Microsoft Word มีทั้งให้เลือกตัวหนา ตัวเอียง แทรกรูปภาพ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ จะถูกเรียกโดยรวมว่า อีดิตเตอร์ (Editor) ครับ

Editor นั้น ตามที่เราเห็นครั้งแรก จะมีเครื่องมือให้ใช้น้อยมากครับ แต่ไม่ต้องห่วง Joomla เค้าก็มี Extension เพิ่มเติม เพื่อทำให้ Editor มีเครื่องมือให้ใช้เพิ่มมากขึ้นครับ เช่น สามารถแทรกลิ้งค์ได้ง่ายขึ้น , แทรกรูปภาพที่มีลูกเล่นดีขึ้น , แทรกไฟล์มีเดียร์ได้สะดวกขึ้น เป็นต้น

การเขียนบทความยังมีต่อครับ สำหรับมือใหม่จะต้องทำความรู้จักกับ Parameter ที่อยู่ด้านขวาของ Editor แล้วก็การจัดวางบทความให้สวยงาม ซึ่งการที่จะทำให้เว็บไซต์เราน่าอ่านนั้น เราก็จะต้องรู้ว่า ควรจะวางรูปแบบอย่างไร สร้างตารางอย่างไรให้ออกมาเหมาะสม ไม่ดูเกะกะ และใช้พารามิเตอร์เป็นตัวช่วย ซึ่งจะทำให้บทความดูน่าอ่าน ไม่เละเทะ ซึ่งหากคุณติดตามบทความนี้ไปเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่าคุณจะสามารถจัดวางบทความของคุณเองได้ดีขึ้น และเข้าใจความเป็นสัดส่วนของ Joomla ได้มากขึ้น โดยจะกล่าวในบทความต่อไปครับ

รู้จักกันก่อนเขียนบทความ